5 วิธีตามหาแมวหาย ทำอย่างไรให้แมวกลับมา

สำหรับแมวนั้นเป็นสัตว์หน้าตาน่ารักที่ผู้คนมักจะนิยมเลี้ยงเอาไวในบ้าน เพราะบางสายพันธุ์นั้นก็มีราคาค่อนข้างสูง และยิ่งถ้าเรารักเขามากๆ ก็คงจะไม่อยากให้หนีออกไปจากบ้านอย่างแน่นอน  แต่ด้วยสัญชาตญาณนักล่าในตัว ก็ทำให้พวกมันชอบออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน หรือมักจะหนีออกจากบ้านเป็นประจำ จนทำให้เกิดปัญหาแมวหายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนั่นก็ทำให้ทาสแมวรู้สึกเป็นกังวลมาก วันนี้เราจึงมี 5 วิธีตามหาแมวหาย ทำอย่างไรให้แมวกลับมา มาฝากทุกคนกัน

1. ออกตามหาพร้อมกับกลิ่นที่คุ้นเคย
หากกลับมาบ้านแล้วไม่พบแมวเหมือนทุกครั้ง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านอย่างละเอียดทั้งบนชั้น ในตู้ ใต้เตียง และซอกหลืบต่าง ๆ พยายามมองหาให้ครอบคลุมทุกตารางนิ้ว ถ้าไม่พบจริง ๆ ค่อยสวมเสื้อตัวเก่าหรือรองเท้าคู่เก่าแล้วออกไปสำรวจนอกบ้าน พร้อมกับเปิดกระป๋องอาหารหรือขนมและเขย่าเบา ๆ ไปด้วย วิธีนี้จะช่วยให้แมวได้กลิ่นของเจ้าของ และทำให้แมวได้ยินเสียงของกิน จนกลับมาหาเจ้าของได้ถูกและง่ายขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น แต่เคล็ดลับสำคัญอีกอย่างในการตามหาแมว คือ ให้ลองคิดเหมือนแมว ถ้าเราเป็นมันจะไปหลบตรงไหน ปกติชอบไปอยู่ตรงไหน ที่สำคัญอย่าโวยวาย เพราะจะทำให้แมวสัมผัสได้จนตัดสินใจซ่อนตัวหรือหนีเตลิดไปในที่สุด พยายามเรียกหาด้วยเสียงปกติ หรือเสียงอ่อนโยน อย่างไรก็ตาม หากเดินหาจนทั่วแล้วยังไม่พบ ให้กลับมาบ้านและนำเสื้อแขวนไว้ด้านหน้า ถอดรองเท้าไว้นอกประตู เพื่อให้ลมพัดกลิ่นโชยไปจนถึงแมว ช่วยให้แมวหาทางกลับบ้านได้ถูกและง่ายขึ้นนั่นเอง

2. เลือกเวลาให้เหมาะสม
หลังกลับมาจากการตามหาแมวรอบแรกแล้ว ให้พักผ่อนและรอเวลาที่เหมาะสมก่อนจะออกตามหาอีกครั้งในช่วงค่ำ ๆ เพราะบรรยากาศโดยรวมจะเงียบ ช่วยให้เสียงเรียกดังขึ้น ทำให้แมวได้ยินดีมากขึ้น ส่วนวิธีการตามหาก็เหมือนเดิม เรียกชื่อแมวในน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเขย่ากระป๋องอาหาร หรือไม่ก็เปิดอาหารให้กลิ่นโชยไปด้วย โดยเจ้าของบางคนอาจจะอัดเสียงเปิดกระป๋องไว้ แล้วใช้เล่นซ้ำเพื่อช่วยเรียกความสนใจไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากแมวอยู่ในละแวกที่ตามหาจริง ๆ ทำแบบนี้ไม่นานแมวก็จะปรากฏตัวแล้ว

3. สอบถามกับคนใกล้ตัว
นอกจากจะตามหาแมวด้วยตัวเองแล้ว บางครั้งมันก็ดีกว่าที่จะสอบถามเพื่อนบ้านหรือคนแถวบ้าน เพื่อกระจายความทั่วถึง และให้พวกเขาช่วยกันสอดส่อง โดยนำรูปติดตัวไปด้วยระหว่างออกค้นหา จากนั้นก็พูดคุยและเอาให้ดูทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้หญิง เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีเปอร์เซ็นต์ช่วยตามหาแมวได้สำเร็จมากกว่า

ไม่ใช่แค่นั้น แต่ถ้าเป็นเพื่อนบ้านใกล้กันจริง ๆ สนิทกันมาก ๆ หรือมองดูแล้วมีโอกาสที่แมวจะเข้าไปหลบ อย่าลืมขอเข้าไปในบ้านพวกเขาเพื่อตรวจสอบตามโรงจอดรถ ระเบียง ซอกหลืบ และส่วนต่าง ๆ หรือไม่ก็ให้เขาช่วยค้นหาดูให้อีกที เพื่อไม่ให้เล็ดลอดสายตาไป

4. ติดป้ายประกาศหรือใบปลิว
สิ่งสำคัญไม่แพ้การออกตามหาก็คือการทำป้ายประกาศหรือใบปลิว โดยป้ายที่ดีไม่จำเป็นต้องสวยงาม แต่ต้องมีข้อมูลครบถ้วน เน้นคำว่าแมวหายตัวใหญ่ ๆ ให้คนที่ผ่านไปผ่านมามองเห็นสะดุดตา มีรูปแมวของตัวเองประกอบ ควรเป็นรูปสีที่เห็นจุดเด่นชัดเจน มีชื่อแมว มีคำอธิบายรายละเอียด เช่น สี พันธุ์ ลักษณะ พบครั้งสุดท้ายที่ไหน จากนั้นก็ใส่เบอร์โทร. หรือช่องทางโซเชียลให้ติดต่อกลับลงไป หลีกเลี่ยงการบอกชื่อจริงและที่อยู่ แต่สามารถบอกว่ามีรางวัลให้ได้ ทว่าไม่ควรระบุว่าเท่าไรเพื่อความปลอดภัย และถ้าจะให้ดีควรทำข้อมูลติดต่อเป็นช่องเล็ก ๆ ที่ท้ายกระดาษ เพื่อให้คนสามารถฉีกติดตัวไปได้ง่าย ๆ พร้อมทั้งใช้กระดาษที่ทนน้ำด้วย

เมื่อทำป้ายหรือใบปลิวเสร็จเรียบร้อย ก็นำไปติดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น เสาสี่แยก ริมถนน ตู้โทรศัพท์ กระดานข่าวในชุมชน ร้านขายของชำ ร้านซักอบรีด ร้านอาหารสัตว์ ห้องสมุด โรงพยาบาลสัตว์ ศูนย์รวมของชุมชน หรือทุกที่ที่สามารทำได้ โดยให้ติดในระดับสายตา หรือแจกให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ดู หลังจากนั้นก็หมั่นตรวจสอบทุกวันว่าป้ายยังอยู่ครบ ซึ่งเวลาไปตรวจสอบก็อย่าลืมนำป้ายใหม่ไปเผื่อชดเชยอันเก่าที่อาจจะหายไปด้วย

5. โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
ไม่ใช่แค่ติดป้ายประกาศในละแวกใกล้เคียงเท่านั้น แต่ควรโพสต์โซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือวิทยุชุมชนด้วย โดยให้เน้นตามกลุ่มทาสแมว หรือกลุ่มเขตที่ตนอาศัยอยู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็น เปิดโอกาสในการแชร์สู่วงกว้าง และถือเป็นการกระจายข่าวที่ง่ายและเร็วที่สุด อ้อ อย่าลืมบอกให้เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักช่วยกันแชร์ด้วย

เป็นอย่างไรบ้างกับ 5 วิธีตามหาแมวหาย ทำอย่างไรให้แมวกลับมา ที่เรานำมาฝากชาวทาสแมวกัน มีใครได้ลองใช้วิธีไหนไปแล้วบ้าง สมหวังหรือไม่สมหวัง หากไม่อยากให้เจ้านายของเราหายไป ก็ควรระมัดระวังให้ดี จะไม่ได้เสียใจทีหลังนะ