อาการง่วงตอนขับรถ เกิดขึ้นเพราะอาหารที่ทานเข้าไปหรือเปล่า

การขับรถนานๆนั้น มักจะทำให้เกิดอาการง่วง แต่จริงๆแล้ว อาการง่วงนั้นอาจจะไม่ได้เกิดจากความง่วงเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเกิดจากอาหารที่เราทานเข้าไปก็ได้ เพราะมีอาหารบางชนิดที่ยิ่งกินยิ่งง่วงด้วย การขับรถนานๆ แล้วง่วงนั้นอันตรายมาก เรามาดูกันดีกว่าว่า อาการง่วงตอนขับรถ เกิดขึ้นเพราะอาหารที่ทานเข้าไปหรือเปล่า นั้นมีอาหารชนิดใดบ้าง

อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อขับรถทางไกล

1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แน่นอนว่าถ้าต้องขับก็ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาทุกชนิด เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้สติสัมปะชัญญะลดลง การตัดสินใจช้าลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุในระหว่างขับรถได้

2. เครื่องดื่มรสหวาน และของหวานต่าง ๆ
แม้น้ำหวาน หรือของหวานจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ของกินเหล่านี้มีน้ำตาลในปริมาณสูงมากนะคะ และยังจัดเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูงที่กินเข้าไปแล้วชวนง่วง ดึงวิตามินแห่งความสดชื่น (วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินบี 3) ออกจากร่างกาย ดังนั้นพยายามดื่มน้ำเปล่าและเลี่ยงอาหารหวาน ๆ ไว้ก่อน

3. อาหารประเภทแป้ง คาร์โบไฮเดรตสูง
อาหารประเภทแป้งขาว ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวเหนียว หรือของกินเล่นอย่างขนมปัง คุกกี้ เค้ก อาหารประเภทนี้เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดเร่งด่วนที่ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินออกมามากจนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเกิดอาการง่วงซึม นอกจากนี้การที่น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นก็ยังทำให้ร่างกายต้องนำวิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินบี 3 มาช่วยสังเคราะห์กลูโคสเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงาน ส่งผลให้วิตามินในร่างกายลดลง และก่อให้เกิดอาการอ่อนล้า ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ฉะนั้นพยายามเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตขัดขาวดีกว่าถ้าต้องขับรถทางไกลยาว ๆ แล้วมากินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีพวกข้าวกล้อง โฮลเกรน โฮลวีต แทน

4. น้ำอัดลม โซดา
น้ำอัดลมที่หลายคนดื่มแล้วบอกว่าชื่นใจ แต่ความรู้สึกชื่นใจที่ว่าก็อาจแค่ชั่วประเดี๋ยวตอนที่ดื่มใหม่ ๆ พอดื่มไปสักพักจะรู้สึกง่วงซึม และยังอาจรู้สึกไม่สบายท้อง ไม่สบายตัวร่วมด้วยได้ เนื่องจากน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มผสมโซดาเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และยังอัดแก๊สที่อาจก่ออาการท้องอืด ท้องเฟ้อมาด้วย

5. เนื้อสัตว์ย่อยยาก
เนื้อสัตว์อย่างเนื้อวัว เนื้อหมูติดมัน เป็นอาหารย่อยยากที่ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยนานกว่าอาหารประเภทอื่น ทำให้สูญเสียพลังงานมากขึ้น และอาหารที่ย่อยยากยังเสี่ยงจะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กได้ไม่หมด ตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร นำมาซึ่งอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ชวนให้รู้สึกเพลีย ๆ อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นพยายามอย่ากินอาหารย่อยยากเหล่านี้ก่อนหรือระหว่างขับรถทางไกล ไม่งั้นคงขับไปรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่สบายตัวไปแน่ ๆ

6. ธัญพืชและผักที่มีแก๊สเยอะ
เช่น กะหล่ำปลีดิบ บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง หอมใหญ่ มันฝรั่ง ดอกกะหล่ำ ถั่วเปลือกแข็ง โดยเฉพาะถั่วผสมเกลือ อาหารเหล่านี้มีแก๊สเยอะ กินเข้าไปมาก ๆ ก็อาจเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และง่วงนอนได้

7. เครื่องดื่มชูกำลัง
เครื่องดื่มชูกำลังที่หลงคิดกันว่าจะช่วยให้รู้สึกกระปี้กระเปร่า ไม่ง่วง แท้จริงแล้วอาจส่งผลตรงกันข้ามก็ได้ เพราะเครื่องดื่มชูกำลังอาจกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวจนละเลยการพักผ่อน ไม่รู้สึกอยากพักรถระหว่างทาง ก่อให้เกิดอาการอ่อนล้าสะสม มีอาการมึนงง หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และเสี่ยงความดันโลหิตสูง