ในปัจจุบันนั้นผู้คนมักจะใช้สายตาไปกับการมองหน้าจออุปกรณ์สื่อสารๆต่างๆ แม้ว่าเราจะมองเป็นแสงสีน้ำเงิน แต่ก็ใช่ว่าจะดีต่อสายตาหรือดีต่อร่างกายของเรา เพราะการมองไปที่ธรรมชาติย่อมดีกว่า เช่นเรามองออกไป ไปยังทะเลกว้างใหญ่ จะทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง จะรู้สึกโดดเดี่ยว แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ช่วยทำให้ลดความเครียด ลดความวิตกกังวลลงได้

     ในแต่ละวัน ตั้งแต่ที่เราตื่นเช้ามาจนกระทั่งได้เวลาหลับอีกครั้งในตอนกลางคืน เราต้องเจอกับแสงสีต่างๆ ร่างกายของเราต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของแสงสีที่มันส่งผลกระทบต่อร่างกาย อารมณ์และจิตใจของเรา

     ย้อนกลับไปในปี 1999 ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีจาก Pantone Institute ได้ประกาศสีแห่งปีเป็นสีน้ำเงิน สี Cerulean Blue ไม่ได้เป็นเพียงแค่สีแห่งศตวรรษใหม่ แต่ยังเป็นสีแห่งอนาคตอีกด้วย ผลลัพธ์ทางจิตวิทยาของสีน้ำเงินช่วยทำให้ลดความเครียดและความวิตกกังวล จากการเปลี่ยนผ่านศตวรรษ จากการเปลี่ยนแปลงและความไม่รู้ สีน้ำเงินที่สื่อถึงท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ในวันที่อากาศแจ่มใส และมหาสมุทรในวันที่นิ่งเงียบราบรื่น มันช่วยทำให้สงบจิตใจของผู้คนลงได้ ถือได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์และพลังแห่งการเยียวยาของน้ำก็ผลได้มาก

     ในปัจจุบัน เราต่างต้องเจอกับแสงสีน้ำเงินที่เกิดจากหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แสงสีน้ำเงินที่ไม่เป็นธรรมชาติอาจส่งผลในด้านลบกับสุขภาพร่างกายของเรา แต่ในด้านดีมันก็ช่วยทำให้เราเพิ่มความสามารถในการทำงาน ช่วยทำให้คิดและแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์

     สีน้ำเงินสื่อถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย สง่างาม น่าเกรงขาม น่าเชื่อถือ ตรงกันข้ามกับสีแดง สีน้ำเงินให้ความรู้สึกที่สงบ หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีพื้นหลังสีน้ำเงินช่วยทำให้คนรู้สึกว่าดาวน์โหลดได้เร็วกว่าปกติ ในบางครั้งสีน้ำเงินช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ช่วยสะกิดให้คนมุ่งสนใจแต่ผลลัพธ์ในด้านดี

โลกสีน้ำเงิน ใจสีน้ำเงิน
     โลกของเรามีน้ำอยู่ประมาณ 332.5 ล้านลูกบาสก์ไมล์ และ 96% ของน้ำทั้งหมดเป็นน้ำเค็ม พื้นผิวโลกประมาณ 70% ปกคลุมไปด้วยน้ำ ที่ระยะห่างจากโลก 1 ล้านไมล์ ถ้ามองโลกจากตรงนั้นก็จะเห็นเป็นลูกแก้วสีน้ำเงินเล็กๆ

ตอนแรกเกิด ร่างกายของเราประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 78% และจะลดระดับลงไปเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น จนถึง 60% แต่สมองของเราก็ยังประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 80% ทำให้ทั้งร่างกายของเรามีความหนาแน่นพอๆ กับน้ำ และนั่นทำให้เราลอยน้ำได้ สารละลายน้ำในเซลล์ร่างกายก็เทียบได้กับสารที่พบในทะเล

เราต่างก็ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำ จากเสียงคลื่นเสียงน้ำไหล จากกลิ่นที่ล่องลอยตามลม จากการลงไปเล่นในน้ำหรือเดินริมน้ำ ทำให้ศิลปินวาดภาพ ถ่ายรูป เขียน แต่งแพลงเกี่ยวกับน้ำ ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน ที่มนุษย์เราผูกพันกับสายน้ำ แม่น้ำหรือทะเล

ผลดีของการอยู่ใกล้ๆ น้ำ
     ในหนังสือ Blue Mind เขียนโดย Wallace J Nichols เล่าเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ นักกีฬา ศิลปิน ที่การอยู่ใกล้น้ำช่วยทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้ใจสงบ และช่วยลดความเครียด สมองของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อน้ำในเชิงบวก ทำให้เกิดความรู้สึกดี

Blue Mind คือที่มาของบทความนี้ ใจสีน้ำเงิน คือสถานะของใจที่เหมือนกับตอนที่เกิดความสงบขณะทำสมาธิ ความเป็นหนึ่งเดียว ความพึงพอใจและความสุขในชีวิต

ในหนังสือจะมีรายงานการวิจัยที่ยืนยันว่า การอยู่ใกล้น้ำ ไม่ว่าจะพายเรือหรือเล่นเซิร์ฟบอร์ดอยู่บนผืนน้ำ ลอยหรือแช่อยู่ในน้ำ การออกแบบและใช้ชีวิตโดยมีน้ำเป็นศูนย์กลาง ต่างก็ส่งผลกระทบในทางที่ดีต่อเรา ดังนั้นจึงเกิดไอเดียที่จะแชร์เรื่องราวของน้ำ ของมหาสมุทร เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจ และก่อให้เกิด ใจสีน้ำเงิน

นักวิทยาศาสตร์มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือแม้กระทั่งการนึกถึงเหตุการณ์ ก็ทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข โดปามีน เซโรโทนิน และ ออกซิโทซิน และในขณะเดียวกันก็ลดระดับของฮอร์โมนความเครียดคอร์ติโซล (Cortisol) น้ำเป็นเหมือนสวิตซ์ในสมองที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงอยู่กับความเห็นอกเห็นใจ ทำให้คนไม่นึกถึงแต่ตัวเอง ทำให้เปลี่ยนทัศนคติจาก ตัวเอง เป็น พวกเรา น้ำทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดี ทำให้ชีวิตนี้แจ่มใสน่าอยู่มากขึ้น